รถเบรกแตก ทราบไว้ไม่พลาด จำต้องทำยังไง ให้ไม่เป็นอันตรายไม่เกิดอุบัติเหตุ

ถ้าเกิดกล่าวถึงอุบัติเหตุอันตรายจากการขับรถยนต์ มั่นใจว่าหลายท่านอาจจะคิดถึงเรื่อง เบรกแตก เป็นลำดับแรกๆด้วยเหตุว่าถ้าเกิดเกิดเหตุการณ์อย่างงี้ขึ้นจริงๆการเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต แล้วก็สินทรัพย์ ได้โอกาสสูงมากมายทีเดียว หากว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นออกจะยากก็ตาม สำหรับอาการเบรกแตก อันที่จริงแล้วเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุ หลายกรณี ซึ่งส่วนหนึ่งส่วนใดมีสาเหตุมาจากการขาดการรักษา และก็ตรวจเช็กภาวะการใช้แรงงานนั่นเอง

รถยนต์ทุกรุ่นในขณะนี้ ใช้น้ำมันเบรกเป็นตัวถ่ายทอดแรงกดดันระหว่างผู้กระทำดของเท้าไปยังผ้าเบรก เสมอเหมือนเป็นระบบไฮดคอยลิกส์ประเภทหนึ่ง เพราะฉะนั้น ก็เลยอาจมีการรั่วซึมขึ้นได้จากการรั่วของลูกยางตัวใดตัวหนึ่งหรือท่อน้ำมันเบรกรั่ว การถ่ายทอดแรงกดดันก็จะสูญเสียลงไป

ระบบเบรกมักแบ่งการทำงานออกเป็น 2 วงจร บางทีอาจเป็นแบบล้อคู่หน้ารวมทั้งล้อคู่ข้างหลัง หรือเป็นแบบขัดล้อหน้าซ้าย-ล้อหลังขวา และก็ล้อหน้าขวา-ล้อหลังซ้าย ถ้าวงจรใดวงจรหนึ่งทรุดโทรม เพื่อระบบยังมีคุณภาพการทำงานคงเหลือบ้าง โดยเหตุนี้ เมื่อเบรกแตกหรือน้ำมันเบรกมีการรั่ว จำนวนมากมักหลงเหลือสมรรถนะการทำงานอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์ หรืออีกไม่น้อยกว่าครึ่งเดียวในอีกวงจร

สิ่งที่พวกเราจำเป็นต้องทราบตอนเบรกแตก

1. เมื่อรถยนต์เบรกแตก ควรจะมีสติ

สิ่งที่คุณจำต้องทำสิ่งแรกสุดเมื่อเบรกแตก เป็น มีสติสัมปชัญญะ รวมทั้งอุตสาหะชิดด้านซ้ายเข้าไว้เป็นเหมาะสมที่สุด เมื่อรถยนต์เริ่มช้าลงรวมทั้งมีรถยนต์ขวางอยู่ข้างถนนให้กดแตรรวมทั้งเปิดไฟรีบด่วน รถยนต์หรือผู้ที่อยู่แถวนั้นจะได้รู้ว่ารถยนต์ของคุณกำลังเจอปัญหาเร่งด่วนอยู่ รวมทั้งหลบหลีก หรือหลีกให้กำเนิดการสิ้นไปต่ำที่สุด

2. เบรกมือช่วยได้ แม้กระนั้นห้ามดึงขึ้นโดยทันที

ผู้คนจำนวนมากที่มักรู้สึกว่าเบรกมือไม่ค่อยมีความหมายสำหรับเพื่อการขับขี่รถ เพียงแค่เบรกเท้าก็พอเพียงแล้ว แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วเบรกมือเป็นประโยชน์มากยิ่งกว่าที่คิด เพียงพอรถยนต์เริ่มช้าลงแล้ว ให้เบาๆดึงเบรกดวงขึ้นช้าๆกระทั่งสุด จะช่วยลดความเร็วได้ แต่ว่าจดจำไว้ว่าอย่าดึงทีเดียวโดยทันที เพราะเหตุว่าจะก่อให้รถยนต์หมุน และก็ควบคุมได้ยาก

3. พากเพียรจับพวงดอกไม้ให้มั่น

เมื่อลดเกียร์รถยนต์จะมีความเร็วลดลง แต่ว่าไม่ถึงกับหยุดสนิท ห้ามเพิ่มเติมคันเร่ง ถ้าหากมีรถยนต์ขับช้าหรือขวางอยู่ข้างหน้าให้กดแตรส่งสัญญาณ หากเป็นได้ควรจะเปิดไฟเร่งด่วนด้วย แล้วต่อจากนั้นใช้เบรกมือช่วยลดความเร็วที่ล้อหลัง โดยเบาๆดึงคันเบรกขึ้นครั้งละสเต็ปกระทั่งสุด จะช่วยลดความเร็วได้บ้างไม่มากมายก็น้อย สิ่งจำเป็นเป็นห้ามปิดเครื่องยนต์เนื่องจากจะมีผลให้พวกพวงมาลัยหนักแล้วก็ล็อคกระทั่งบังคับแนวทางมิได้

ต้นเหตุของอาการ “เบรกแตก”

1. มีสาเหตุมาจากความร้อน เพราะว่า “การเบรกเฉียบพลัน” หรือเบรกเป็นประจำภายใต้ความเร็วสูง ทำให้ “น้ำมันเบรก” ดูดซับความร้อนเอาไว้แล้วระบายสู่ส่วนอื่นๆไม่ทัน จนกระทั่งจุดเดือดสูงสุด น้ำมันเบรกก็จะระเหยเปลี่ยนเป็นไอในกระบอกสูบเบรก หมดแรงดันที่จะไปทำต่อลูกสูบเบรกให้ไปดันผ้าเบรกได้ นำไปสู่อาการ “เบรกแตก” ขึ้น
2. มีต้นเหตุจากรอยรั่วในระบบ ดังเช่นว่า ท่อแป๊ปเบรกกร่อนจนถึงรั่ว สายอ่อนเบรกแตก ไปจนกระทั่งผ้าเบรกหมดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ทำให้ลูกสูบเบรกหลุดออกมา รวมทั้งเมื่อน้ำมันเบรกรั่วออกมาจากระบบจนถึงหมด ก็จะกำเนิดอาการ “เบรกแตก”

ทางที่ดีพวกเราควรจะกันไว้ดีมากกว่าแก้ เพราะว่าเบรกแตกไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำแม้กระนั้นก็บางทีอาจเกิดขึ้นได้หากพวกเรามิได้ดูแลรถยนต์ให้ดีนะ แนวทางปกป้องเบรกแตกที่เหมาะสมที่สุด เป็น การหมั่นตรวจเช็คน้ำมันเบรก เนื่องจากว่าน้ำมันเบรกปฏิบัติภารกิจเป็นตัวกึ่งกลางสำหรับในการถ่ายทอดกำลังตอนพวกเราเหยียบเบรก โดยแรงกดดันที่เหยียบจะถูกถ่ายทอดผ่านน้ำมันเบรกเข้าไปในระบบเบรกอีกทั้ง 4 ล้อ ทำให้ความเร็วของรถยนต์ช้าลงหรือหยุดตามแรงกดที่อยากได้ โดยทั่วไปพี่หมีเสนอแนะว่า พวกเราควรจะแปลงน้ำมันเบรก ทุก 40,000 กิโลเมตรครับผม ส่วนสำหรับผ้าเบรกอยู่ที่การใช้แรงงาน ควรจะตรวจเช็คเหมือนกันนะ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *